6 เหตุผลเลือกคณะที่อาจทำให้ อนาคต ดับสูญ
November 29, 2011 under บทความ by benzมีเหตุผลมากมายของน้องๆๆที่ทำให้การเลือก คณะ หรือมหาลัย ของน้อง ต้องเปลี่ยนไปนะครับ แต่ก็มีอยู่ 6 สาเหตุหลักๆๆที่ทำให้ น้องๆๆต้องอาจจะพบกัน อนาคตที่ไม่ดี หรือดับสุญไปเลยก็ได้
- เรียนเพราะพ่อแม่ หรือ ผู้ใหญ่บอก
ก็ไม่รู้จะเรียนอะไร ที่ผ่านมาก็ได้ดีเพราะพ่อแม่ ดังนั้น ก็ตามพ่อแม่ไป ดังโบราณว่าไว้ “ตามหลังผู้ใหญ่ หมาไม่กัด” หมาไม่กัดจริงๆ เพราะในมหาวิทยาลัยจะมีแต่หมาเชื่องๆ รักคน ไม่ค่อยกัดแน่นอน (อ้าว คนละเรื่องแฮะ) จริงๆ ก็เพราะที่ผ่านมาก็เรียนมาได้ดี ตามที่พ่อแม่วางแผนไว้ ดังนั้นจะต่อมหาวิทยาลัยแบบที่พ่อแม่และผู้ใหญ่บอกว่าเราเหมาะ เราก็จะทำได้ดีเช่นเดิมนั่นแหละ แต่อย่าลืมไปว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เหมือนมัธยม ไม่ได้มีแต่วิชาไทย อังกฤษ สังคม วิทย์นู้นนี่ แต่ว่าวิชาจะลงลึกไปในแต่ละด้านเลย อย่างมากก็มีวิชาเหมือนมัธยมแค่สามสี่ตัวที่มหาวิทยาลัยบังคับเรียน พอลงลึกในวิชาของแต่ละคณะไป แล้วใครจะรู้ได้ว่าตัวเองจะชอบหรือเรียนได้ดีเหมือนเดิมที่ผ่านมา เรียนเก่งก็ไปเรียนหมอ ดันบังเอิญมารู้ทีหลังว่ากลัวการจับมีดกรีดเนื้อแทบตาย ไม่นับที่ว่าเห็นเลือดเยอะๆ แล้วจะเป็นลม แบบนี้ต่อให้เรียนเก่งมากก็คงไม่มีความสุขที่เรียนต่อไป ถึงตอนนั้นต่อให้ไม่มีหมามากัดจริงๆ ก็คงจะมีแต่ความทุกข์มากัดกินใจ เหตุที่เรียนตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด ดังนั้นจึงไม่จริงเสมอไป ระวังให้ดี
- เรียนตามเพื่อนสนิท
ก็เรามันเป็นไปตามลักษณะของวัยรุ่น ต้องทำอะไรไปเป็นกลุ่ม ถูกใจเพื่อนคนไหนก็ตีซี้ปึ๊ก เพื่อนน่ะแท้จริงยิ่งกว่าแฟน จะให้ห่างจากเพื่อนก็เป็นไปไม่ได้ เผื่อจับพลัดจับพลูไปได้อยู่คณะและมหาวิทยาลัยไกลๆ จะได้ไปอยู่หออยู่ห้องเดียวกัน รู้จักกันดีจะอยู่ด้วยกันได้ รูมเมทแบบนี้หาได้ที่ไหน แถมจะไม่มีเพื่อนใหม่ก็ไม่ต้องห่วง ก็เรายังมีเพื่อนรักคนนี้ไง ดังนั้นต้องเลือกเหมือนเพื่อนนี่แหละ เลือกเหมือนกันมาแต่แรกมัธยมปลายสายเดียวกันแล้ว เราจะกอดคอตามเพื่อนไปอีก ผลด้านลบของการเลือกแบบนี้ คือ เพื่อนอาจเลือกสิ่งที่เพื่อนชอบ เพื่อนเรียนได้ แต่ตัวเองเรียนไม่ได้ โชคดีอาจรู้ตัวก่อนและซิ่วไป แต่ถ้าไม่รู้อะไร ก็เรียนๆ ตามเพื่อนไปจนจบ อาจเรียนได้เกรดไม่ดี แต่ก็รอดก็พ้นรีไทล์ เพราะเพื่อนเก่ง ได้ทำรายงานเดียวกับเพื่อน เพื่อนให้ลอกสมุดจด แบบนี้น้องๆ อย่าลืมว่า ถึงตามไปเรียนได้จนจบปริญญาตรี แต่คงไม่โชคดีขนาดไปทำงานที่เดียวกันได้อีก แล้วถ้าเรียนได้เกรดไม่ดี ค่าในการหางานที่ดีได้ก็ลดลงไปอีก หรือจะออกไปทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับที่เรียนมาเลย แล้วที่ผ่านมาตั้งสี่ปี (หรืออาจมากกว่านั้น) นี่เรียนไปทำไม เรียนเพื่อกระดาษแผ่นเดียวที่จะไม่เกิดประโยชน์หรือเปล่า
- เรียนอะไรก็ได้ขอให้จบง่ายๆ
เรียนไปแบบนี้ ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่อะไรที่จบง่ายๆ ก็คงไม่ได้หมายความว่าจะมีอาชีพที่ง่ายๆ หรืออนาคตที่ดีง่ายๆ ตามมาแน่ๆ ต่อให้คุณจะเป็นคนไทยที่สมเป็นคนไทยตามคติ “ง่ายๆ สบายๆ สไตล์คนไทย” ขนาดไหน แต่เรื่องจบจากมหาวิทยาลัย มีใบปริญญาตรีอะไรสักอย่างแล้ว…ก็ล้มเหลวได้นะ เพราะชีวิตมันไม่ง่าย เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ผู้ดูแลปกป้องเราจากไป อะไรที่จบง่ายๆ ก็ทำให้อนาคตจบง่ายๆ ได้เหมือนกัน พอถึงจุดหนึ่งที่เพื่อนๆ ของเราได้ทำงานที่ดี มีความสุขกับการงาน อนาคตที่สดใส แล้วเราหันมาดูตนเอง น้องๆ จะรู้สึกว่า ชีวิตเราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น ทำไมทำไม่ได้เลยนะ มันคือความน้อยอกน้อยใจ หดหู่ยิ่งกว่าหดหู่ ที่เห็นเพื่อนคนอื่นได้ดีกว่า นั่นเพราะเขาเลือกทางที่ยากกว่า และพยายามมามากกว่านั้นเอง ผลของความพยายามมันปรากฏไงล่ะ
- เรียนเพราะไม่มีทางเลือก
เหตุผลที่ใกล้เคียงกับ “เรียนอะไรที่จบง่ายๆ” มักเป็นเหตุและผลของคนที่เลือกคณะอะไรก็ได้ ขอให้ขึ้นชื่อว่าแอดมิชชันติดก็พอ เช่นเดียวกันของผลของการเลือกอะไรไปก็ได้ ก็ต้องเจออะไรไม่รู้ ที่ไม่รู้ว่าจะดีหรือเปล่า จะเรียนได้ไหม ได้เจอวิชาที่ชอบหรือเปล่า ได้เจอสังคมแบบไหน โชคยังดีเจอเพื่อที่ใช่ก็ดีไป แต่เพื่อนที่ใช่ก็ไม่รับประกันได้ว่าจะช่วยพาเราจบได้ตามเกณฑ์วิชาที่กำหนด ที่สำคัญคณะอะไรที่เข้าได้แบบนั้น ก็อาจเป็นคณที่ไม่ที่นิยม เป็นวิชาที่ไม่ใช่สายตรงหรืออ้อมของอาชีพไหนเลย เลือกอะไรก็ได้ แต่เลือกอาชีพที่จะทำได้ก็ยากตามมาติดๆ แล้วจะดีไหมถ้าเหตุผลในทางเลือกเพราะไม่มีทางเลือก อย่าทำให้ตัวเองถึงจุดที่ไม่มีทางเลือกเลยค่ะ
- เรียนอะไรก็ได้ที่มีคนบอกว่า จบแล้วมีงานทำแน่นอน
ก็เป็นเหตุผลที่ใช้ได้ทีเดียว มีหลักฐานและผ่านการคิดมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่ใครจะไปรับประกันล่ะ ว่าเราจะไปได้ดีกับอาชีพอะไรก็ไม่ทราบ ที่ใครก็ไม่รู้บอกเราว่ามันจะมีงานทำแน่นอน ยังไม่ต้องมองไปถึงอาชีพ แค่มาเรียนในคณะอะไรที่คนบอกว่ามีงานทำแน่ๆ ส่วนใหญ่แล้วคณะเหล่านั้นต้องเป็นคณะที่นิยม การแข่งขันสูง พอเรียนก็ไปก็มีแต่คนเก่งๆ กดดันเราอีก ถ้าบังเอิญโชคดีเรียนแล้วชอบก็ดี แต่เรียนไปแล้วมันไม่ใช่ แถมยังต้องแข่งกับคนเก่งๆ ในคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกันแล้ว ทั้งยังต้องแข่งกับคนในสาขาเดียวกับอีกทั้งประเทศ แค่คิดก็หนักใจแล้ว ถ้าจบไปเกรดไม่ดี แต่มีงานทำ ก็ต้องทำในบริษัทเล็กๆ เพราะเกรดสู้คนอื่นไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร กดดันตั้งแต่ตอนเลือกเรียน ยันเลือกงาน มีงานทำแล้วอะไรที่รับประกันว่าเราจะทำได้ดีกับงานนั้น
- เรียนตามความฝัน ความหวังส่วนตัว
ข้อนี้ถือว่าดีที่สุด เพราะแม้จะเจออุปสรรคอื่นก็ยังมีวิชาและคณะที่เราเลือกให้ได้พยายามสู้เรียนไป โอกาสด้านลบที่จะเจอในการเลือกเรียนต่อด้วยเหตุผลนี้ มักเป็นปัจจัยภายนอก เช่น เจอเพื่อนไม่จริงใจ ไม่มีเพื่อนร่วมกลุ่ม เข้ากับใครไม่ได้ เจออาจารย์ที่มีอคติ ไม่เข้ากับรูปแบบสังคมของมหาวิทยาลัย เผลอหลงทาง ติดเที่ยว มัวแต่ทำกิจกรรม ฯลฯ แต่เราก็อาจผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปเพราะเรามีความสุขกับการเรียน เดี๋ยวเราก็จะจบและได้ทำงานที่เรามีความสุข ซึ่งถือว่าโชคดีกว่าแน่อน เพราะถ้าเลือกด้วยเหตุผลข้ออื่นๆ ก็เสี่ยงมากขึ้นอีกด้วยปัจจัยภายนอกเหล่านี้ที่พี่เกียรติเพิ่งมากล่าวถึง แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่เลือกเรียนด้วยความตั้งใจ ชอบ สนใจจริง แล้วจะบังเอิญไปพบจุดเปลี่ยนชีวิตที่ให้เราทำรู้ว่าจริงๆ ไม่ควรเลือกเรียนคณะนี้ พบว่าเหมาะกับคณะอื่นกว่า หรือพบตัวเองว่าไม่ใช่จริงๆ เอาภายหลังหรือไม่ก็ปีสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ



















